อาทิตย์. ก.ค. 5th, 2020

ยกฟ้อง”ศุภชัย”อดีด ปธ สหกรณ์คลองจั่นฯ

1 min read

พิมพ์ไทยออนไลน์ // ศาลยกฟ้อง”ศุภชัย ศรีศุภอักษร ” อดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่นฯ2 สำนวนฉ้อโกงผู้เสียหาย 410 ราย  อีกสำนวนผู้เสียหาย 292ราย พันกว่าล้านบาท พยานหลักฐานรับฟังไม่ได้

วันที่ 30 มิ ย 63 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านพิพากษา คดีดำ อ.1260/2561 ที่ น.ส.นวลฉวี เกตุวัฒนเวสน์ กับพวกรวม 410 คน เป็นโจทก์ฟ้อง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 63 ปี  อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างปี 2552 – 2556 สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำเลยที่ 1 โดยนายศุภชัย จำเลยที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการ ได้โฆษณาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบว่ากิจการของจำเลยที่ 1 เป็นธนาคาร มีสถานะทางการเงินมั่นคง ความจริงจำเลยที่ 1 เป็นเพียงสถาบันการเงินเพื่อชุมชนเท่านั้น ไม่มีสถานะเป็นธนาคาร การที่จำเลยที่ 1เผยแพร่ว่าตนเองมีสถานะเป็นธนาคาร มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง สามารถจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์พิเศษในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์อื่นพึงจ่ายได้ เป็นเหตุให้โจทก์และประชาชนหลงเชื่อ
จำเลยทั้งสองได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินของโจทก์จำนวนทั้งสิ้น 1,115,567,027.51 บาท
เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.และทั่วราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 , 83 และ 91 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ทั้ง 410 คนและจำเลยทั้งสองแล้ว สำหรับ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำเลยที่ 1 เห็นว่า ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2526 โดยใช้คำว่า “สหกรณ์” เป็นส่วนหนึ่งของชื่อที่แสดงออกต่อบุคคลภายนอกมาโดยตลอด แม้ในช่วงเวลาเกิดเหตุจำเลยที่ 1 จะใช้คำว่า ” U BANK” และข้อความว่า “ธนาคารที่คุณเป็นเจ้าของ” ประกอบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของป้ายชื่อ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการ แผ่นพับโฆษณา สมุดประจำตัวสมาชิก และคู่มือสมาชิกก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากภาพถ่ายป้ายชื่อและเอกสารต่างๆ แล้วก็ยังปรากฏชื่อ “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด” รวมอยู่ด้วย ทั้งวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการของจำเลยที่ 1 ตามที่จดทะเบียนในฐานะของสหกรณ์ออมทรัพย์กับการประกอบกิจการของธนาคารพาณิชย์ยังมีข้อแตกต่างกันในรายละเอียด อีกทั้งประชาชนทั่วไปรวมถึงโจทก์ทั้งหมด ก็จะต้องสมัครและมีการเข้าอบรมก่อนเข้าเป็นสมาชิกของจำเลยที่ 1 จึงย่อมทราบดีว่าจำเลยที่ 1 ดำเนินกิจการโดยมีสถานะเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์  จึงยังไม่อาจทำให้โจทก์ทั้งหมดและประชาชนทั่วไปหลงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 มีสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์
ส่วนที่โจทก์ทั้ง 410 คน กล่าวอ้างว่ามีการปกปิดหรือจัดทำงบประมาณการเงินอันเป็นเท็จ แต่โจทก์ก็ไม่ได้นำผู้ตรวจการณ์สหกรณ์มาเป็นพยานยืนยัน  จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลจึงย่อมกระทำผ่านทางคณะกรรมการดำเนินการ ซึ่งเป็นผู้แทนของ จำเลยที่ 1 หากคณะกรรมการดำเนินการกระทำการนอกวัตถุประสงค์และเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางที่ไม่สุจริตเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น จะถือเอาการกระทำของคณะกรรมการดำเนินการเป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่ได้  เมื่อจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จำกัด และดำเนินกิจการให้บริการรับฝากเงินจากสมาชิกและมีรายได้จากการให้สมาชิกยืมเงินเป็นหลัก ย่อมจะต้องมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปมาสมัครเข้าเป็นสมาชิกและนำเงินมาลงทุนโดยตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการประกอบกิจการสหกรณ์ เมื่อโจทก์ทั้ง 410 คน มิได้นำพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 ตกลงจะให้เป็นอัตรา มากน้อยเพียงใด การกำหนดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่ ประกอบกับก่อนเกิดเหตุ คดีนี้โจทก์ทั้ง 410 คน ก็สามารถเบิกถอนเงิน และได้รับดอกเบี้ยและเงินปันผลจากจำเลยที่ 1 ตามปกติ เพิ่งมาเกิดเหตุการณ์ที่โจทก์ทั้ง 410 คน ไม่สามารถทำธุรกรรมเบิกถอนเงินได้เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2556 พฤติการณ์จึงเป็นข้อบ่งชี้ว่า จำเลยที่ 1 มิได้หลอกลวงโจทก์ทั้ง 410 คน และประชาชนโดยมีเจตนที่จะไม่คืนเงินที่ลงทุนหรือไม่จ่ายผลตอบแทนให้มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถทำธุรกรรมเบิกถอนเงินและจ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกได้จึงไม่ใช่เกิดจากการหลอกลวงโจทก์ทั้ง 410 คนและประชาชนว่า หากสมัครเป็นสมาชิกด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากหรือสะสมทุนกับจำเลยที่ 1 แล้ว จะได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูง พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องสำหรับนายศุภชัย จำเลยที่ 2 นั้น โจทก์นำสืบโดยไม่มีรายละเอียดถึงพฤติการณ์ว่ากระทำการหลอกลวงอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนต่อโจทก์ทั้ง 410 คน อย่างไร อีกทั้งในการจัดประชุมใหญ่ประจำปีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด  ซึ่งจะมีการจัดทำวาระรายงานงบการเงินประจำปี ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้ง 410 คนหรือสมาชิกคนใดคัดค้านหรือโต้แย้ง นอกจากนี้โจทก์ก็มิได้นำผู้ตรวจการณ์สหกรณ์มาเบิกความยืนยันว่ามีการจัดทำงบการเงินเป็นเท็จจริงหรือไม่  จะมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน มาเบิกความถึงพฤติการณ์การกระทำของจำเลยที่ 2 แต่นายไพบูลย์ก็เป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองแทนโจทก์ และไม่ได้เป็นสมาชิกของ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด มิได้รู้เห็นเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระทำของนายศุภชัย จำเลยที่ 2 มาด้วยตนเองโดยตรง เพียงแต่ได้รับคำบอกเล่าและมาเบิกความตามที่ได้รับฟังมาเท่านั้น ส่วนที่โจทก์ทั้ง 410 คน อ้างคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่2472/2556 ซึ่งวินิจฉัยไว้ว่า นายศุภชัย จำเลยที่ 2 กับพวกได้ทุจริตยักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำเลยที่ 1 แต่เมื่อ นายศุภชัย จำเลยที่ 2  มิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว คำพิพากษาของศาลปกครองกลางจึงไม่ผูกพันกับนายศุภชัยในคดีนี้ อีกทั้งแม้ในขณะเกิดเหตุ นายศุภชัย จำเลยที่ 2 จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการดำเนินการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ก็ตาม แต่ในการบริหารงานและดำเนินกิจการต่างๆ ก็จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการซึ่งเป็นผู้แทนจำเลยที่ 1 โดยผ่านมติของที่ประชุมใหญ่ หาใช่นายศุภชัย จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้มีอำนาจสั่งการแต่เพียงผู้เดียวไม่ เมื่อโจทก์ทั้ง410 คน กล่าวอ้างว่า นายศุภชัย จำเลยที่ 2 กระทำความผิด

มีผู้ที่ได้รับความเสียหาย ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้ได้ความชัดเจน
โดยมีเพียงพยานบุคคลซึ่งมิได้รู้เห็นการกระทำของจำเลยที่ 2 โดยตรงมาเบิกความเพียง 3 ปาก เท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ ยังมีข้อสงสัยตามสมควรว่า นายศุภชัย จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้อง

อีกสำนวน ที่ห้องพิจารณา 914 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีสหกรณ์คลองจั่นฯ อีกสำนวน หมายเลขดำ อ.235/2562 ที่นายคนอง จุลมนต์ กับพวกรวม 292 คน โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับนายศุภชัย อดีตประธานบริหารฯ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบแล้ว สหกรณ์คลองจั่นฯ จำเลยที่ 1 นายศุภชัย จำเลยที 2
โจทก์ไม่ได้นำพยานหลักฐานมาแสดงเรื่องการขาดทุน ไม่นำผู้ตรวจบัญชีมาเบิกความถึงข้อบกพร่อง มีคำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจซึ่งไม่ใช่สมาชิก ไม่มีพยานหลักฐานแสดงว่าเป็นเท็จ อย่างไร และจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1-2 กระทำทุจริตฉ้อโกง พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวนายศุภชัยนั้น ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาได้พิพากษายืนให้จำคุก 7 ปี ฐานยักยอกเงินสหกรณ์ฯ

Cr. : นายทวีศักดิ์ ชิตทัพ ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์