พิมพ์ พิมพ์ 


ข่าวที่ 3  (02) ตอน : ชอล์คฆ่าแมลงสาป
(02)

ชอล์คฆ่าแมลงสาป

     พูดถึง “ชอล์คฆ่าแมลงสาป” นั้น คนในเมืองหรือชาวกรุงเทพฯ คงรู้จักกันดี ลักษณะก็คล้าย ๆ กับชอล์คสีขาว ที่คุณครูทั้งหลาย ใช้เขียนหนังสือบนหน้ากระดานดำ ให้นักเรียนในห้องเรียนทุกคน ได้อ่านกันนั่นแหล่ะครับ 
    
     ต่างกันตรงที่ นี่เป็นชอล์คทางเคมี มีส่วนผสมของยาฆ่าแมลง ผลิตออกมาเพื่อสำหรับฆ่าสัตว์ประเภท แมลงสาป ปลวกมด ที่ก่อความรำคาญให้กับมนุษย์โดยเฉพาะ มีทั้งผลิตออกมาเป็นแท่งกลมคล้ายกับชอล์คของครูประจำชั้น และแบบเป็นแท่งสี่เหลี่ยม 
    
     หากใครนำไปขีดเป็นเส้นตามพื้น ขอบหน้าต่าง หรือภาชนะใด ๆ  เมื่อมีแมลงสาป ปลวกมด เดินไปเจอะเจอเข้า ชุดแรกจะตายเกลื่อนทันที ทำให้ชุดหลัง ๆ ไม่กล้าโผล่หัวมารบกวนอย่างชาญฉลาด นับว่าเป็นเครื่องมือกำจัดแมลงสาปหรือมดแมลงที่ได้ผลอย่างชงัด
 
     ที่ผมบรรยายสรรพคุณของ “ชอล์คฆ่าแมลงสาป” มาเสียยืดยาวเช่นนี้ อย่าเข้าใจผิดว่า ผมกำลังจะชักชวนให้ท่านผู้อ่าน ซื้อมาใช้ตามสรรพคุณที่คุยมานี้นะครับ ตรงกันข้าม ผมกำลังจะเตือนท่านให้ระวังผลของวิบากกรรม จากการใช้ยาฆ่าแมลงสาปชนิดนี้ต่างหาก 
 
     “กฎของกรรม” เรื่องนี้ ผมได้รับการถ่ายทอดจากปากคำของ ยงยุทธ เอง เรื่องเป็นอย่างไร ท่านผู้อ่านลองติดตามดูนะครับ ยุงยุทธ ยืนยันกับผมว่า เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเขา และทำให้เขาเชื่อมั่นยิ่งขึ้น ในเรื่องของ วิบากกรรม โดยเฉพาะผลจากการละเมิดศีลข้อที่ 1 ว่าด้วยเรื่องปาณาติบาตของเขาโดยแท้ ที่ทำให้เขาต้องต้องรับทุกข์ทรมานมานานเช่นนั้น  
 
     ยงยุทธ เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด ปัจจุบันอยู่ในวัยประมาณ 40 ปี เป็นคนชอบอ่านหนังสือธรรมะมาตั้งแต่เด็ก จึงเชื่อเรื่องของ “กฎแห่งกรรม” เรื่องของทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อย่างชนิดแน่นแฟ้น เรื่องการถือศีล 5 สำหรับเขานั้น จึงถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่เขาถือปฏิบัติมายาวนาน 
 
     แต่ ยงยุทธ ยอมรับว่า ความเคร่งครัดหรือหย่อนยานอาจมีบ้าง ตามประสาของคนหนุ่มจนถึงวัยกลางคนอย่างเขา เพราะเขาไม่ใช่นักบวชที่ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย  มิฉะนั้น อาจต้องลงอเวจีมหานรก ดังคำสอนของท่าน “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ก็ได้ 
 
     ปัจจุบัน ยงยุทธ ยังเป็นโสด พักอยู่ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านชานเมือง ขนาดของห้องก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก  แต่สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือ แมลงสาป เขาจะรู้สึกขยะแขยงราวกับว่า ชาติที่แล้วเคยเป็นศัตรูต่อกันยังไงยังงั้น แต่เขาก็ไม่เคยตีหรือฆ่าชีวิตมัน เพราะศีล เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสำหรับเขา นอกจากนั้น มดดำ ก็เป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญสำหรับเขาเช่นกัน ที่มักจะเดินไต่ยั้วเยี้ยทั่วห้องพัก เพื่อหาอาหารกิน ขนาดนอนหลับไปแล้ว บางครั้งยังถูกรบกวนจนต้องสะดุ้งตื่น 
 
     วันหนึ่ง ยงยุทธ ก็พบทางออก เมื่อเขาได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้ไปซื้อ “ชอล์คฆ่าแมลงสาป” มาใช้ เขาไม่ได้คิด ไม่ได้ตั้งใจว่าจะฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเลยสักนิด คิดแต่เพียงว่า เมื่อขีดชอล์คดังกล่าวบริเวณรอบ ๆ ห้องแล้ว จะทำให้สัตว์รบกวนทั้งหลาย ไม่ว่าแมลงสาป หรือ มดดำ ไม่กล้าเดินเข้ามายังห้องของเขาเท่านั้น เขารีบทำตามที่เพื่อนแนะนำทันที
 
     ได้ผลชงัด หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ทั้งแมลงสาป และ มดดำ ไม่ได้ย่างกรายมาให้เขาเห็นอีกเลย เขาเข้าใจว่า แค่เพียงกลิ่นของ ชอล์คเคมี นี้เท่านั้น ก็สามารถทำให้สัตว์รบกวนทั้งหลายเหล่านั้น ไม่กล้ามาเข้าใกล้ห้องของเขาแล้ว 
 
     ยงยุทธ สบายใจได้เพียงอาทิตย์เดียว เขาก็ต้องนอนสะดุ้งตื่นกลางดึกในคืนหนึ่ง เมื่อเขาฝันเห็นว่า มีซากมดดำตายเป็นเบือ นับร้อยนักพันตัว ด้วยฝีมือการขีดชอล์คฆ่าแมลงของเขา แต่ละตัว นอนตายหงิกงอ ราวกับว่า ต้องได้รับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสก่อนขาดใจตาย เขาสะดุ้งตื่นทัน เขายังไม่ค่อยเชื่อใจในความฝันของเขา 
 
     เขาลุกจากที่นอน เปิดไฟสำรวจทั่วห้องทันที อนิจจา จริงอย่างที่เขาฝันไม่มีผิด ซากมดดำนอนตายเกลื่อนเป็นจำนวนนับร้อยนับพันตัว ลักษณะหงิกงอเหมือนความฝัน อยู่บริเวณรอบ ๆ ขาโต๊ะเขียนหนังสือ  ข้างผนังห้องของเขา ยงยุทธ เริ่มไม่สบายใจ เพราะถือศีล 5 มาตั้งแต่หนุ่ม เป็นเวลานานนับสิบ ๆ ปี 
 
     นอกจากนั้น เริ่มมีซากแมลงสาป หล่นออกมาจากประตูห้องน้ำที่ผุกร่อนของเขา วันละตัวสองตัว อันเนื่องมาจากที่ผ่านมา แมลงสาปเหล่านี้ ซุกซ่อนตัวอยู่ในประตูห้องน้ำที่ผุกร่อนนั่นเอง ก็ยิ่งทำให้เขาไม่สบายใจยิ่งขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์เท่านั้น ทุกอย่างก็เริ่มสงบ
 
     เพราะที่ห้องคอนโดมีเนียมของเขา นอกจากจะไม่มีแมลงสาป ไม่มีมดดำ เข้ามารบกวนเขาอีกเลย ไม่มีมาเดินเพ่นพ่าน รบกวนโสตประสาท เหมือนเช่นเดิมอีกต่อไป
 
     เพื่อนของ ยงยุทธ แนะนำต่อไปอีกว่า เพื่อไม่ให้ต้องผิดศีลข้อ “ปาณาติบาติ” หรือการฆ่าสัตว์อีก ยงยุทธ ต้องใช้ชอล์คฆ่าแมลงอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าตัวยาหรือสารเคมีหมดฤทธิ์เมื่อไร ก็จะทำให้แมลงสาปและมดดำ เข้ามารบกวนใหม่อีก ซึ่งถ้าไปใช้ชอล์คในตอนนั้นอีกครั้ง ก็จะทำให้สัตว์เหล่านั้น ตายเป็นเบือเหมือนกับที่เคยใช้ในครั้งแรก ซึ่งจะทำให้เราต้องฆ่าสัตว์อีกครั้งหนึ่ง ยงยุทธ เห็นจริงตามนั้น เขาซื้อชอล์คฆ่าแมลงสาปมาใช้อย่างต่อเนื่อง ตามที่เพื่อนแนะนำทุกประการ 
 
     แต่บางครั้ง ยงยุทธ ก็เผลอเลอไปบ้าง จนฤทธิ์ยาหรือสารเคมีเสื่อมไป เมื่อขีดชีดชอล์คฆ่าแมลงสาปอีกครั้ง ก็จะมีซากแมลงสาปและซากมดดำ ออกมาตายอีก หลังการขีดชอล์คดังกล่าวไปได้ไม่กี่วัน  
 
     ยงยุทธ ใช้ “ชอล์คฆ่าแมลงสาป” มานานหลายปี ของกินจำพวกขนมปัง กาแฟ น้ำตาลทราย และขนมหวาน ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่เคยถูกแมลงสาปหรือ มดดำ-มดแดง เหล่านี้ รบกวนอีกเลย
  
     จนกระทั่งวันหนึ่ง กรรมก็เริ่มเข้ามาเล่นงาน ยงยุทธ เข้าแล้ว ยงยุทธ เริ่มมีอาการไอ และไอหนักมากขึ้นทุกวัน ไอชนิดติดต่อกันถี่ ๆ จนเจ็บคอ บางครั้งถึงขั้นหอบหืด ทุกขเวทนาและทรมานอย่างยิ่ง  เขาไปหาหมอที่คลีนิคใกล้บ้าน หมอให้ยามากิน และนัดให้มาใหม่ถ้ายังไม่หาย ยงยุทธ รับยาไปกินแล้ว มีอาการดีขึ้น แต่ก็ไม่ยอมหายขาด เขาไปหาหมอคนเดิม จ่ายยามาใหม่ เปลี่ยนตัวยาบ้าง แต่อาการก็เหมือนเดิม คือไม่ทรุดหนัก แต่ก็ไม่หายขาด 
 
     หลังจากที่ ยงยุทธ เทียวไป-เทียวมา หาหมอคนนั้นมานับ 10 ครั้ง หมดเงินไปหลายสตางค์แล้ว  อาการก็ยังไม่หายอีก แต่เมื่อลองทิ้งช่วง ไม่ไปเอายามากินเมื่อยาหมด อาการไอก็ทำท่าจะกำเริบหนักขึ้นทันที  ยงยุทธ กลัวว่าจะเป็นโรค ที.บี. หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่า วัณโรค แต่ก็ได้รับการยืนยันจากหมอว่า ไม่ใช่โรคนี้อย่างแน่นอน 
 
     เมื่อรักษาหมอคนแรกไม่ยอมหายสักที ยงยุทธ จึงตัดสินใจไปหาหมอคลีนิคอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นหมอประจำ มีฝีมือระดับอาจารย์ในโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง หลังจากที่รับยามากิน อาการก็ยังเหมือนเดิม คือไม่หายขาด แต่ถ้าไม่ไปเอายามากิน อาการจะกำเริบหนักขึ้น เหมือนอย่างกับหมอคนแรกไม่มีผิด จนยงยุทธ เริ่มท้อใจ เพราะหมดเงินหาหมอไปหลายสตางค์แล้ว ก็ยังไม่หายสักที หมอคนนี้ยืนยันว่า ไม่ใช่โรคปอด หรือ วัณโรค แต่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ หรือโรคภูมิแพ้ ซึ่งแพ้ได้หลายชนิด  เช่น แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น แพ้ขนสัตว์ โรคนี้รักษาหายขาดยาก ต้องใช้เวลาและความอดทน ต้องออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ  
 
     ยงยุทธ หมดอาลัยตายอยากเมื่อหมอบอกมาเช่นนั้น เขาไม่มีหนทางรักษาให้หายอีกแล้ว เขาเริ่มครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา เป็นไปได้หรือไม่ ที่เขาถือศีล 5 มาตลอด ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แม้กระทั่งยุงที่มากัดตน ก็ยังไม่ยอมตบมัน ใช้วิธีไล่ด้วยการเอามือค่อย ๆ ปัดมันออกไป แต่เพิ่งมาผิดศีลข้อ 1 ในช่วงที่ใช้  “ชอล์คฆ่าแมลงสาป”  นาน 2-3 ปี นี้เอง 
 
     เขาตัดสินใจไม่ไปหาหมอให้เปลืองเงินอีกต่อไป เพราะกินยาไปก็ไม่หายสักที เขาหาซื้อถ้วยใส่น้ำ เพื่อมารองรับขาโต๊ะทั้ง 4 ขา ไม่ให้มดดำไต่ขึ้นไปกินของหวาน เพียงไม่นาน มดดำ ก็เริ่มเดินตามพื้นห้องของเขาเหมือนเช่นเดิม แต่เขาก็อดทน เพราะไม่อยากผิดศีลข้อ 1 อีก และถ้ามีแมลงสาปโผล่เข้ามาในห้อง เขาจะใช้ไม้กวาดปัดออกจากห้อง หรือใช้ถุงพลาสติกครอบ และนำออกไปทิ้งนอกห้อง โดยไม่ได้ฆ่ามันแต่อย่างใด 
 
     ยงยุทธ ทำเช่นนี้มาหลายเดือนแล้ว เขาบอกว่า เขาใช้วิธีป้องกันไม่ให้แมลงสาป มดดำ มารบกวน ด้วยวิธี ไม่ทิ้งถุงใส่อาหาร หรือถุงขนม ลงในตระกร้าโดยตรง ทุกครั้งก่อนจะทิ้ง จะต้องนำมาห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้มีกลิ่นอาหารออกมา จะไม่ทำเศษอาหาร ของกิน ของหวาน ล่วงตามพื้นบ้าน เป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์เหล่านี้ เดินออกมาหากิน ซึ่งเป็นการแก้ที่ต้นเหตุโดยแท้จริง 
 
     แต่ก็ยอมรับว่า นี่เป็นการแก้ในลักษณะของบ้านแบบคอนโดมิเนียม มีห้องพักเป็นห้อง ๆ  ถ้าเป็นบ้านหลัง ๆ โดยเฉพาะบ้านเก่า ๆ บางพื้นที่ อาจแก้ไม่หวาดไม่ไหวก็ได้ เพราะแมลงสาบมีมากมายทีเดียว เขาไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องวิธีป้องกันอีกแล้ว  
 
     นับตั้งแต่ ยงยุทธ ป่วยเป็นโรคไอหอบหืด รักษาไม่หายนานถึง 2 เดือน จนกระทั่งเขาใช้วิธีแก้ที่ต้นเหตุดังกล่าว เขาถือศีล 5 โดยเคร่งครัดเหมือนเช่นเดิม บางเวลา หากมีโอกาส เขาจะนั่งกรรมฐาน และอุทิศกุศลไปให้มดดำ ที่เขาทำตายเหล่านั้น รวมถึงแมลงสาปที่ตายเพราะเขาอีกด้วย เขาไม่ยอมซื้อ ชอล์คฆ่าแมลงสาป มาใช้อีกต่อไป 
 2 อาทิตย์ผ่านไป อาการไอของ ยงยุทธ เริ่มดีขึ้น การไอของเขา ถี่น้อยลง ไม่ไอต่อเนื่องจนเหนื่อยหอบและเจ็บคอ เหมือนที่ผ่านมาอย่างทุกข์ทรมาน ทั้ง ๆ ที่คราวนี้ เขาไม่ได้หาหมอกินยา แต่อาการกลับน้อยกว่าเมื่อตอนที่เขากินยาเสียอีก
 
     และยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งมีกำลังใจดีขี้น และเชื่อมั่นในเรื่องของศีล 5 ที่เขาเคยปฏิบัติมาต้นแต่เด็ก  มากยิ่งขึ้น ลักษณะอาการไอของเขา ลดน้อยลงตามลำดับ มีเพียงเฉพาะช่วงเช้าที่ตื่นนอนใหม่ ๆ และช่วงกลางคืนก่อนนอน ที่อากาศมักจะเย็นและมีความชื้นสูง 
 
     1 เดือนต่อมา ปัจจุบัน อาการไอของ ยงยุทธ ได้หายขาดโดยสิ้นเชิงแล้ว ด้วยความยึดมั่นในเรื่องของศีล 5  โดยเฉพาะในข้อ 1 ที่ห้าม “ปาณาติบาติ” การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การทรมานสัตว์ ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเรามานานนับสองพันกว่าปี
    
     ท่านผู้อ่านเชื่อหรือยังในเรื่อง “กฎแห่งกรรม” สำหรับท่านที่มีหัวทางวิทยาศาสตร์ ก็อาจวิเคราะห์ในเรื่องของสารเคมีเป็นพิษ ซึ่งมีอยู่ใน ชอล์คฆ่าแมลงสาป ที่ ยงยุทธ ซื้อมาใช้  
 
     แต่สำหรับตัว ยงยุทธ เอง เขาบอกกับผมว่า เขาเชื่ออย่างสนิทใจในเรื่องของ “กฎแห่งกรรม” ที่เขาไปฆ่ามดดำ ฆ่าแมลงสาป ตายเป็นจำนวนมาก เพราะขณะที่เขาไอหนักอยู่นั้น เขากินยาหาหมอที่มีชื่อเสียง ใช้ยาอย่างดีนานถึง 2 เดือน ก็ไม่ยอมหาย แต่พอเริ่มเคร่งถือศีล 5 นั่งกรรมฐาน อุทิศกุศลไปให้มดและแมลงสาปที่ตายเหล่านั้น อาการก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ จนหายขาดในที่สุด เขาหายในขณะที่ไม่ได้กินยาของหมอเลย แล้วจะให้เขาเชื่อว่า เขาหายเพราะอะไร  ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เขาปฏิบัติดังกล่าว 
 
     ท่านผู้อ่านล่ะครับ จะเชื่อตามที่ ยงยุทธ เล่ามาหรือไม่ ลองใช้  “วิจารณญาณ” ของท่านดูก็แล้วกัน  ของอย่างนี้ พิสูจน์ยากครับ.
 

ณัชพล เทพนิมิต


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
ข่าวโดย : ณัชพล เทพนิมิต
เมื่อวันที่ : 31 กรกฎาคม 2551 เวลา: 17:57:03
อ่าน 6254 ครั้ง

วันที่พิมพ์ :
เวลา : 14:26:00:PM